เชลซี 1 – 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ภาพการแข่งขัน | วีดีโอคลิป
สนาม เวมบลีย์, อังกฤษ
ผู้ชมในสนาม 80,731 คน
รายการ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์
เวลา 21.00 น. วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2550
ผู้ตัดสิน มาร์ค ฮัลซี่ย์
(แมนฯ ยูไนเต็ดชนะจุดโทษ 3 – 0)
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เป็นฮีโร่ให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วยให้ทีมปีศาจแดง เอาชนะจุดโทษเชลซี ไปได้ 3 – 0 หลังจากที่เสมอกันมา 1 – 1 ในเวลา 90 นาที โดยจำนวนประตูที่เชลซี ยิงไม่ได้ทั้ง 3 ลูกนั้นเป็นการโชว์ซุปเปอร์เซฟ ของผู้รักษาชาวดัชต์ ทั้ง 3 ลูก
แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากการยิงของไรอัน กิ๊กส์ ในนาทีที่ 35 แต่เชลซี ก็ตีเสมอได้อีก 10 นาทีถัดมา จากลูกยิงของ ฟลอรองต์ มาลูด้า นักเตะตัวใหม่ของเชลซี
และหลังจากที่ทำประตูกันเพิ่มไม่ได้ในครึ่งหลัง ทำให้ทั้งสองทีมต้องมาตัดสินกันด้วยการยิงจุดโทษ โดยเชลซี ได้ยิงก่อน และ ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็ป้องกันลูกยิงของ เคลาดิโอ ปิซาร์โร่, แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ ไว้ได้ ในขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงเข้าทั้ง 3 คนคือริโอ เฟอร์ดินานด์, ไมเคิล คาร์ริค และเวย์น รูนี่ย์
เซอร์ อเล็กซ์ ส่งตัวนักเตะชุดเดียวกับที่พ่ายต่ออินเตอร์ มิลาน 2 – 3 ใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงกลางสัปดาห์ จะมีความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยคือ ส่งมิเกล ซิลแวสตร์ ลงเล่นแทนคริส อีเกิ้ลส์ โดยดันให้ ปาทริซ เอฟร่า ขึ้นไปเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ส่วน ซิลแวสตร์ ประจำในตำแหน่งแบ็คซ้าย
ส่วนเชลซี ไม่มีกัปตันทีมจอห์น เทอร์รี่ และดิดิเย่ร์ ดรอกบา ที่มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ มาลูด้า, โจ โคล และ ไรท์ ฟิลลิปส์ ถูกส่งลงเล่นเป็นกองหน้า 3 ตัว ในระบบ 4-3-3
ครั้งล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันในรายการนี้เกิดขึ้นในปี 2000 โดยเชลซี เอาชนะไปได้ 2 – 0 จากประตูของ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลแบงค์ และมาริโอ เมลชอต
เริ่มเกมทั้งสองทีมยังพยายามรักษาการครองบอล และยังทำอะไรกันไม่ได้ตลอดช่วง 10 นาทีแรก
จนกระทั่งนาทีที่ 21 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ทำให้ ปีเตอร์ เช็ก ต้องออกแรงเซฟเป็นครั้งแรก เมื่อโรนัลโด้ได้ เปิดบอลให้ไรอัน กิ๊กส์ ได้ยิงจากกรอบเขตโทษด้วยเท้าขวาแต่ ปีเตอร์ เช็ก ก็ป้องกันไว้ได้
จากนั้นเวย์น รูนี่ย์ ก็ได้โอกาสทำประตู จากลูกเตะมุมของไรอัน กิ๊กส์ แต่เขาก็ยิงข้ามคานไป ตามด้วยลูกยิงออกนอกกรอบของไมเคิล คาร์ริค
แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เสียวบ้างในนาทีที่ 27 เมื่อ ไมเคิล เอสเซียง ได้โหม่งไปนอกประตู แต่จอห์น โอบี มิเกล โหม่งไม่โดนบอลทำให้บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
แต่แล้วในนาทีที่ 35 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูขึ้นนำ เมื่อเนมานย่า วิดิช เปิดบอลอย่างสวยงามมาให้กับ ปาทริซ เอฟร่า ที่วิ่งขึ้นไปทางฝั่งซ้าย และเขาก็เล่นฉิ่งกับโรนัลโด้ ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางประตูให้กับไรอัน กิ๊กส์ ได้ยิงบอลเสยตาข่ายเข้าประตูไป แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1 – 0 และประตูนี้ก็เป็นประตูที่ 142 ของไรอัน กิ๊กส์ กับแมนฯ ยูไนเต็ด
ดูเหมือนว่าเกมในครึ่งแรกจะจบลงด้วยการที่แมนฯ ยูไนเต็ด นำอยู่ 1 ลูก แต่แล้วความผิดพลาดในแนวรับของทีมปีศาจแดง ก็ทำให้ ฟลอรองต์ มาลูด้า นักเตะใหม่ของเชลซี ได้ลากบอลเข้ามาทำประตู แม้ว่าริโอ เฟอร์ดินานด์ จะวิ่งเบียดไว้แต่ก็ต้านทานเขาไว้ไม่อยู่ ทำให้เขาได้สะกิดบอลด้วยเท้าซ้ายผ่านตัว ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าประตูไป เชลซี 1 – แมนฯ ยูไนเต็ด 1
เริ่มเกมครึ่งหลังดูเหมือนแมนฯ ยูไนเต็ด จะแข็งแกร่งกว่า และเป็นอีกครั้งที่ เอฟร่า เกือบเปิดบอลให้เพื่อนทำประตูได้ เมื่อเขาได้เปิดบอลเข้ากลางให้กับโรนัลโด้ แต่เสียดายที่โรนัลโด้ ยิงไปตรงตัว ปีเตอร์ เช็ก
เกมของเชลซี เริ่มไม่ค่อยดีเท่าไร ทำให้ มูรินโญ่ ต้องเริ่มปรับเกม โดยส่ง เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ ลงเล่นแทน ฟลอรองต์ มาลูด้า
แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวบ้างในนาทีที่ 68 โดยส่งนานี่ ลงเล่นแทน ซิลแวสตร์ และขยับปาทริซ เอฟร่า ลงไปเล่นแบ็คซ้าย
นาทีที่ 75 เนมานย่า วิดิช ถูกทำฟาวล์ ในกรอบเขตโทษแต่ผู้ตัดสิน มาร์ค ฮัลซี่ย์ ไม่ให้เป็นจุดโทษ ซึ่งก็ทำให้เกิดการประท้วงกันเล็กน้อย ซึ่งเมื่อดูจากภาพรีเพลย์ แล้วเห็นได้ชัดว่า ทัล เบน ฮาอิม ผลักกองหลังชาวเซอร์เบีย จนล้มจริงๆ
15 นาทีที่เหลือ ทั้งสองทีมผลัดกันรุก ผลัดกันรับตลอด แต่ก็ไม่สามารถจบสกอร์ได้ ทำให้จบเวลา 90 นาทีเสมอกันอยู่ 1 – 1 ต้องตัดสินกันที่จุดโทษ และก็เป็นแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เอาชนะไปได้ 3 – 0 คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ไปครอง (บรรยายเกมโดย โอปอล)
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เชลซี
ปีเตอร์ เช็ก 1
ทัล เบน ฮาอิม 22 ( น. 33)
ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ 6 ( น. 63)
แอชลี่ย์ โคล 3
เกล็น จอห์นสัน 2
โจ โคล 10
มิคาเอล เอสเซียง 5
แฟร้งค์ แลมพาร์ด 8
ฟลอรองต์ มาลูด้า 15 ( น.45)
จอห์น โอบี มิเกล 12 ( น. 90)
ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ 24
สำรอง
คาร์โล คูดิชินี่ 23
เฮนริเก้ ฮิลาริโอ 40
แฮร์รี่ วอร์ลี่ย์ 39
ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า 19 น. 67 แอชลี่ย์ โคล 3
สตีฟ ซิดเวลล์ 9 น. 78 เกล็น จอห์นสัน 2
เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ 14 น. 51 ฟลอรองต์ มาลูด้า 15
สกอตต์ ซินแคลร์ 17 น. 82 โจ โคล 10
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 1
เวส บราวน์ 6
ปาทริซ เอฟร่า 3
ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5 ( จุดโทษ)
จอห์น โอเชีย 22
มิเกล ซิลแวสตร์ 27
เนมานย่า วิดิช 15
ไมเคิล คาร์ริค 16 ( จุดโทษ)
ไรอัน กิ๊กส์ 11 ( น.35)
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7
เวย์น รูนี่ย์ 10 ( น. 45) ( จุดโทษ)
สำรอง
โทมัสซ์ คุสซ์แซค 29
ฟิล บาร์ดสลี่ย์ 26
เชราร์ด ปิเก้ 19
คริส อีเกิ้ลส์ 33
ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 24 น. 81 ไรอัน กิ๊กส์ 11
ลี มาร์ติน 30
หลุยส์ นานี่ 17 น. 68 มิเกล ซิลแวสตร์ 27
Por

Related Posts